5 สาเหตุที่ทำให้รถยนต์มีอาการพวงมาลัยสั่น รีบเช็คด่วนก่อนพัง!

หากรถยนต์เกิดอาการพวงมาลัยสั่น นั่นอาจเป็นเพราะความไม่สมดุลของช่วงล่างล้อรถ หรืออาจเกิดจากเบรกที่สกปรกเกิน และรวมถึงจุดอื่น ๆ ที่ก็มีส่วนสำคัญอันสามารถดูได้ในนี้!

1. ความไม่สมดุลของศูนย์ถ่วงล้อ ทำให้พวงมาลัยรถสั่น

โดยทั่วไปอาการพวงมาลัยรถสั่น มักเกิดจากการที่ผู้ขับขี่รถยนต์ได้ทำการถ่วงล้อมา แน่นอนศูนย์บริการ หรืออู่รถยนต์แต่ละแห่งมีขั้นตอนวิธีใส่ที่ต่างกันอยู่แล้ว ซึ่งทุกครั้งที่คุณได้มีการตั้งศูนย์ หรือล่วงล้อมา ไม่ว่าจะด้วยประการใด หากช่างใส่มาไม่ตรงศูนย์ เอียงไปด้านใดมากกว่ากันนิดหน่อยก็ย่อมส่งผลให้รถมีอาการพวงมาลัยสั่นได้ ซึ่งจะออกอาการชัดตอนที่เร่งเครื่องเร็ว ๆ และวิธีนี้ก็แก้ไม่ยาก วกรถกลับไปร้านเดิม หรือเข้าศูนย์บริการที่คุณภาพน่าเชื่อถือเพื่อให้ช่างผู้ชำนาณแก้ไขให้

อาการพวงมาลัยสั่น-6

2. สภาพยางรถยนต์ที่เก่าเกินไป พวงมาลัยก็สั่นได้

สาเหตุต่อมาของอาการพวงมาลัยรถที่สั่นอาจเกิดจากยางรถยนต์ที่ไม่คงสภาพเดิม รวมไปถึงอายุของยางที่อาจเก่าเกินไป แน่ว่าถ้าเป็นรถยนต์มือสอง หรือรถสิบปีขึ้นที่ขับมาแล้วเกินแสนกิโลเมตร ยางเดิมย่อมไม่ไหว และดอกยางก็ชำรุดหายไปตามกาลเวลา ซึ่งมันก็ส่งผลให้รถมีอาการพวงมาลัยสั่นเช่นกัน

ทั้งนี้หากเป็นยางรถใหม่ก็อาจเกิดจากการผิดรูปทรงบิดเบี้ยวก็พบอาการพวงมาลัยรถสั่นได้เช่นกัน หรือรถที่โหลดเตี้ยก็ต้องยางด้านในก่อนเลย ซึ่งยางคุณภาพที่ดีควรไม่เกิน 5 ปี หรือยางใหม่มือ 1 เลยก็จะช่วยได้ แต่หากเป็นยางเก่ารถจะสั่นตอนออกตัวลามไปจนถึงพวงมาลัย

3. ความหนักของพวงมาลัย / ตั้งไม่ตรงกับล้อรถยนต์

อีกปัญหาที่พบเจอได้บ่อย คือ เลือกใช้พวงมาลัยที่น้ำหนักเยอะเกินไปมาใส่กับตัวรถ บางครั้งคุณเลือกที่ไม่ออกแบบมาโดยตรงก็เป็นผลได้ และการที่แกนพวงมาลัยตัวในเสื่อมสภาพด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ยังเป็นไปได้ว่า พวงมาลัยของคุณไม่ตรงกับล้อทั้งในตอนขับและตอนจอด ซึ่งวิธีเช็คง่าย ๆ หากรถยนต์ของคุณจอดหน้าตรงแล้วโลโก้บนพวงมาลัยนั้นเฉียง ไม่อยู่ตรงกลาง ให้ทำการตั้งใหม่พวงมาลัยใหม่โดยด่วนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุให้กับคุณด้วย

อาการพวงมาลัยสั่น-7

รวมไปถึงอะไหล่ชิ้นสำคัญอย่างตัวปั๊มเพาเวอร์ เพราะหากมีการชำรุด ขับไปยังไงก็ต้องเบื้อกับอาการพวงมาลัยสั่นนอกจากนี้เรื่องของลมยางที่น้อยเกินมาตรฐาน ยางซึม ย่างรั่ว ก็เป็นผลทำให้รถยนต์พวงมาลัยหนักและสั่นได้ และแน่นอนว่าจะทำให้ควบคุมยากและอาจเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์ตามมา

4. ลูกหมาก ดุมล้อ ช่วงล่างหลวม พวงมาลัยจึงสั่น

แน่นอนเมื่อลูกหมากปีกนก กันโคลง เพลาขับ และทั้งหมดของช่วงล่างที่มีการเสียหาย หรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่แน่นพอ ย่อมเป็นผลทำให้เจออาการพวงมาลัยรถสั่นได้เสมอ และมาพร้อมกับเสียงที่ดังรำคาญใจ เวลานั้นเองก็จะส่งให้พวงมาลัยรถยนต์สั่น ด้วยช่วงเป็นส่วนที่คอยรับแรงกระแทงที่เกิดขึ้นบนท้องถนนมากที่สุด ไม่ว่าตอนตกหลุม วิ่งลงคอสะพาน ลุยบนถนนผิวขรุขระ หากช่วงล่างของคุณมีการชำรุด รถขับแล้วอาการพวงมาลัยสั่นเสียงดัง แนะนำเข้าอู่ช่างโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ และยืดอายุการใช้งานรถยนต์คุณเอง!

5. พวงมาลัยสั่นเพราะจานเบรกหน้า และหลังคด

เมื่อจานเบรกรถยนต์ อยู่ในลักษณะที่คด โค้งไป ไม่เพียงจะทำให้รถมีอาการเสียงดังเอี๊ยดแล้ว เบรกไม่ค่อยอยู่ อาการพวงมาลัยสั่นก็ย่อมเกิดขึ้น ซึ่งแน่ว่าจะส่งผลอัตรายอย่างมากกับตัวคุณ และเหตุผลที่เบรคผิดรูปไปนั้นก็ล้วนเกิดการจากการใช้งานและอายุของอุปกรณ์ชิ้นนั้น แนะนำว่าหลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำ เพื่อป้องกันไม่จานเบรคเย็นตัว และการเสียสมดุล และหมั่นเช็คเติมน้ำมันเบรก  และใช้งานแตะเหียบเบรกด้วยวิธีที่ถูกต้องทุกครั้ง

สรุป

รู้สาเหตุที่ทำรถเรามีอาการพวงมาลัยสั่นกันไป รีบไปเช็คและแก้ไข ส่วนสำหรับใครที่อาการพวงมัยรถ ยังไม่หายสั่นก็แนะนำให้ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ หลีกเลี่ยงการใช้งานเบรกแบบผิด ๆ ที่บทความรถยนต์เลี่ยงการขับลุยขับเศษดิน น้ำ ฝุ่น หรือหมั่นทำความสะอาดมัน รวมถึงตรวจสอบลงยางว่าอ่อนไปไหม และโดยเฉพาะการศูนย์ถ่วงล้อที่อาจผิดปกติอยู่ ไม่มีความสมดุลกัน มันก็จึงเกิดอาการพวงมาลัยรถสั่นครอนได้ขณะที่ความด้วยเร็วสูงนั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published.