6 ไอเดียขายของกินในหมู่บ้าน – หน้าบ้าน สร้างกำไร 1,000+ ทุกวัน

ขอแนะนำ 6 ไอเดียการเปิดร้านขายของกินในหมู่บ้านให้กับทุกท่านที่มีกำลังจะขายของกินหน้าบ้าน ให้มีแนวทางและเมนูที่สามารถจะสร้างรายได้หลักพันให้คุณทุกวันได้ ตามมาดูเลย!

จะขายของกินในหมู่บ้าน แต่คิดเมนูไม่ออก ลองดู 6 สิ่งนี้!

รวบรวมเมนูสำหรับคนอยากขายของกินในหมู่บ้าน  มาฝาก พร้อมเทคนิค คิดต้นทุนเบื้องต้นเพื่อให้เห๋นภาพกำไรจริง และแน่นอนทุกเมนูล้วนแล้วแต่เป็นเมนูขายดี ถูกใจลูกบ้านทุกระดับ ที่สำคัญคือ ต้นทุนไม่สูง เริ่มทำไม่ รับรองว่ามีรายได้และกำไรต่อวันเกินพันชัวร์ ๆ

1. ร้านขายของชำ, ของสดในหมู่บ้าน

เริ่มกันที่การขายของกินที่มาในรูปแบบร้านขายชำหน้าบ้าน ธุรกิจนี้บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพอิสระที่คนส่วนใหญ่นิยม เพราะว่าลูกบ้านบางคนไม่ต้อการเดินทางไปไกล ซื้อง่ายในหมู่บ้านตัวเอง และร้านชำก็ย่อมมีสินค้าให้เลือกได้แบบครบครันกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะของกิน เนื้อหมู ผัก ของสด ของใช้ประจำวัน เหล้า เบียร์ ฯ

ที่สำคัญสามารถใช้ทุนเริ่มต้นตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป ซึ่งก็จะได้ตู้แช่ และรายการเติมของต่าง ๆ ประมาณ 400 รายการ ในส่วนกำไรที่จะได้ ทั่วไปในหมู่บ้านจะได้กำไร 10 – 20% ต่อวันจากรายได้ที่ขายออกรวมประมาณ 4,000 – 5,000 บาท

ซึ่งหากท่านรู้จักศึกษาตลาด คู่แข่งในหมู่บ้าน ตกแต่งให้น่าเข้าเทียบได้กับมินิมาร์ท พร้อมตั้งราคาขายที่ย่อมเยา แพ็คเกจสินค้าที่ดี ฯ ก็มีโอกาสที่ร้านค้าของคุณจะขายดีแบบเทน้ำเทท่าได้ทุกวัน หรือมีการจัดโปรโมชั่น เช่น ซื้อของกับเราครบ 5 ครั้ง ก็แถมไปชิ้นนึง หรือมีการลดราคา 30 – 50% ตามช่วงเทศกาล วันสำคัญต่าง ๆ ถือสร้างจุดสนใจให้กับชาวชุมชนที่คุณกำลังจะขายของกินหน้าบ้านให้พวกเขาได้อย่างดี ในหมู่บ้านอย่างแน่นอน  

2. เปิดร้านขายแซนด์วิช ขนมปัง 

อยากจะขายของกินหน้าบ้าน แซนด์วิช ขนมปัง ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจขนาดเล็กที่ผู้คนนิยมทำขาย เพราะไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็สามารถทำขายได้ เพราะการทำแซนด์วิช/ขนมปัง เป็นการทำสด หรือตัวพ่อค้าแม่ค้าเองจะเปิดแบบหน้าร้านในหมู่บ้านแล้วรับทำตาม Oder ที่สั่งได้เลย หรืออีกทางก็สามารถเปิดให้ลูกค้าที่สนใจซื้อสามารถสั่งจอง และขายของออนไลน์ได้ ถือได้ว่าเป็นการลดต้นทุนเรื่องค่าที่ได้ดีทีเดียว

อย่างไรจะขายของกินในหมู่บ้านเมนูนี้ ต้องคำนวณตุ้นทุนต่าง ๆ เช่น พวกกล่องบรรจุ ขนมปัง ชีส ทูน่า หมูหยอง ฯ ประกอบค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้ดี ซึ่งเบ็ดเสร็จต้นทุนคร่าว ๆ 300 – 500 บาทต่อวัน หรือหากตั้งราคาแซนวิชกล่องละ 20 บาท เมื่อลบต้นทุนรวมแล้ว 12 บาท/กล่อง เช่นนี้คุณจะได้กำไร = 8บาท/กล่อง  ทั้งนี้กำไรก็ขึ้นอยู่กับทำเลในหมู่บ้าน รวมถึงคุณภาพรสชาติ แพ็คเกจ ฯ ยิ่งหากมีร้านเดียวหรือมีเอกลักษณ์เด่นพอยังไงลูกค้าก็จดจำร้านคุณ

3. เปิดร้านน้ำเต้าหู้-ปาท๋องโก๋

ขายของกินในหมู่บ้านด้วยสินค้าอย่างน้ำเต้าหู้ จะเป็นตัวเลือกต้น ๆ ของลูกค้าในการซื้อทาน  เพราะทานง่าย และราคาถูก ทานได้ทั้งเช้าและมื้อเย็นกันเลยทีเดียว และที่สำคัญ อาหารอย่างปลาท๋องโก๋ ยังเป็นที่นิยมซื้อนำมาทานเล่น หรือทานรองท้องเป็นอาหารมื้อดึกหลายคนที่ชอบซื้อติดไว้ในยามค่ำคืน

และสำหรับใครที่ทำสังขยาอร่อย บอกเลยว่าร้านคุณจะลูกค้าแน่น เพราะว่านอกจากปลาท๋องโก๋น้ำเต้าหู้ที่ขายดีคุณจะยังขายขนมปังอบร้อนได้ดีอีกด้วย ที่สำคัญในหนึ่งวันใช้เงินลงทุนราว ๆ 300 บาทเท่านั้นก็มีโอกาสสร้างรายได้ต่อวัน 1,000+ บาทได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กดับความรสชาติความอร่อย ราคา ฯ ที่ลูกค้าจะใช้พิจารณาด้วยเช่นกัน

4. ร้านอาหารตามสั่ง ในหมู่บ้าน

ใครที่มีฝีมือด้านการทำอาหาร มาเปิดร้านขายของกินในหมู่บ้านแบบร้านอาหารตามสั่งกันไปเลย ด้วยใช้พื้นที่หน้าบ้านของท่านเพียงเล็กน้อยให้ลูกค้าได้เข้ามาสั่ง ถ้าไม่สะดวกให้ทานที่ร้าน ก็สามารถให้ลูกค้าห่อกลับบ้านไปกินได้ง่ายเหมือนกัน เพราะว่าอย่างไรแล้วร้านอาหารตามสั่งของคุณก็อยู่ในหมู่บ้านอยู่แล้ว และคนที่มาสั่งก็เป็นลูกค้าในหมู่บ้านเดียวกันนั่นเอง เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องมีที่นั่งทานที่ร้านก็ได้ และถ้าหากฝีมือถือ รับรองลูกค้าติดเพียบอย่างแน่นอน

ทั้งนี้หาสามารถเลือกนำเอาวัตถุดิบที่ราคาไม่แพง ประกอบกับเน้นซื้อเข้าเยอะ ๆ เพื่อได้ราคาต่อหน่วยที่ถูกลง ก็จะช่วยเพิ่มกำไรให้ได้ แต่ระวังรสชาติกับคุณภาพต้องไม่เปลี่ยน และร้านอาหารตามสั่งหน้าบ้านส่วนใหญ่มีรายได้ต่อวันละ 2,000 – 6,000 บาท หักลบทุนก็จะเหลือกำไรประมาณ 500 – 2,000 บาท

5. เปิดร้านขายโจ๊กในหมู่บ้าน

สำหรับตอนเช้าอาหารที่ทุกคนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ต้องมีชื่อของ โจ๊กนั่นเอง และจุดเด่นของการขายของกินในหมู่บ้านจากอาหารประเภทนี้คือ ปรุงสุกใหม่ตลอดเวลา และไม่เพียงแต่มอบความอร่อย สามารถเป็นอาหารเช้า ของกินรองท้องที่กินได้ง่าย ทั้งยังมากด้วยคุณประโยชน์ และหากสังเกตให้ดีแถวไหนมีโจ๊กก็เป็นเมนูขายดีโดยเฉพาะตอนเช้า

สำหรับต้นทุนจะตกวันละ 5,000 บาทอย่างต่ำ แต่หากขายดีต่อเนื่อง หรือได้มากกว่า 200 ชามต่อวัน คิดราคาจานละ 30 บาท  ก็จะเกิดกับกำไรกับคุณแล้ว โดยคร่าว ๆ นั้นจะมีกำไรที่หักลบต้นทุนไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งถือว่าสูงทีเดียว

เช่นเคย ถ้าเราสร้างจุดเด่น มีสูตรเด็ด ๆ ลูกค้าจะติดใจในรสชาติมากขึ้น และจะสุดยอดยิ่งกว่าถ้าเราเปลี่ยนหน้าบ้านตัวเองเปิดร้านขายโจ๊ก ยิ่งถ้าใครมีบ้านในทำเลใกล้สถานที่ท่องเที่ยว ใกล้โรงแรม ใกล้ที่พักรีสอร์ท หน้าโรงเรียน โรงพยาบาล การขายของกินหน้าบ้านด้วยโจ๊กนี้ บอกเลยว่าลูกค้ามาไม่ขาดสายชัวร์ ยิ่งหากเปิดโต้รุ่งด้วยยิ่งแล้วใหญ่  

6. ร้านข้าวแกงในหมู่บ้าน บุฟเฟต์ / เดลิเวอรี่

สำหรับการขายของกินด้วยข้าวแกงในหมู่บ้าน เหมาะจริงกับคนทำอาหารเก่ง ๆ และสามารถทำให้ร้านไม่ต้องใหญ่มาก เปิดเป็นรถเข็นตักขาย วางตั้งบนโต๊ะหน้าบ้านก็ยังได้ ซึ่งแน่นอนว่าการมีร้านข้าวแกงในหมู่บ้าน ในชุมชน ย่อมขายได้ตลอด สำหรับมือใหม่แรกเริ่มขายสัก 4 – 5 เมนูลองดูก่อน หรืออาจจะเปิดร้านข้าวแกงในรูปแบบบุฟเฟต์  ผสมเมนูหลากหลายให้ครบรส มีแกงเผ็ด เปรี้ยว หวาน ของทอด เมนูไม่จำเจ

โดยสำหรับมือใหม่อาจใช้งบทุนขั้นต่ำที่ราว ๆ วันละ 1,000 – 2,000 บาทไปก่อน ซึ่งอย่างเฉลี่ยเลยแบบในหมู่บ้านไม่มีคู่แข่ง และแม้จะขายเหลือก็ยังจะคงได้กำไรตกวันละ 500 – 600 บาทต่อวัน (กรณีขายจานละ 20-30 บาท) และอย่างที่บอกขายเมนูไม่ต้องมาก แต่ต้องหลากหลาย เลือกทำเลและรสชาติดีพอ ขายไปเรื่อย ๆ ก็ย่อมจะมีลูกค้าที่รู้จักร้านคุณและกลับมาซื้อมากขึ้นจนถึงขั้นเป็นขาประจำเลยก็ว่าได้

สรุป ขายของกินในหมู่บ้าน

สำหรับคนที่ไม่รู้จะขายของกินในหมู่บ้านอย่างไร เชื่อว่าได้คำตอบและมีไอเดียที่จะไปเริ่มต้นขายของกินหน้าบ้านกันไปบ้าง อย่างไรสำหรับใครทุนไม่หนาพอที่จะมีหน้าร้าน ช่วงแรกก็สามารถใช้วิธีทำเงินง่าย ๆ เช่นการเปิดร้านค้าหาเงินออนไลน์ผ่าน Line man, Food Panda เพื่อสามารถรอรับ Order อาหารพร้อมมอบให้ไรท์เดอร์มารับอาหารไปส่งลูกค้าก็นับประหยัดทุนได้ดีไม่น้อย และสำคัญกว่าสิ่งใดควรวางแผนคำนวณวัตถุดิบต่าง ๆ อย่างละเอียด หรือขายอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย กำไรวันละพันบาทแบบที่คุณหวังก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published.

//intorterraon.com/4/5382319